คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ประธานกรรมการ

ศ.ดร.ดิเรก-ประธานกรรมการ

ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์

(กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ)

รองประธานกรรมการ

นายนพพร-รองประธานกรรมการ

นายนพพร พิชา

(ผู้ทรงคุณวุฒิ)

กรรมการ

รศ.ดร.พนารัตน์-กรรมการ

รองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ปานมณี

(ผู้ทรงคุณวุฒิ)

นายภาณุ-กรรมการ

นายภาณุ เสถียรพจน์

(ผู้ทรงคุณวุฒิ)

ดร.อภิชัย-กรรมการ

ดร.อภิชัย บุญธีรวร

(ผู้ทรงคุณวุฒิ)

เลขานุการ

คกก.อุทธรณ์_8. เลขานุการ - รศ.ดร.สุวิทย์

รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ วุฒิสุทธิเมธาวี

(รองอธิการบดีฝ่ายแผนยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาล)

ผู้ช่วยเลขานุการ

คกก.อุทธรณ์_9. ผู้ช่วยเลขานุการ - นายบรรจงวิทย์

นายบรรจงวิทย์ ยิ่งยงค์

(หัวหน้าสำนักงานสภามหาวิทยาลัย)

ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2566
ข้อ 9 อำนาจและหน้าที่ มีดังนี้
    (1) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในแต่ละปีงบประมาณ โดยให้ คณะกรรมการปรึกษาหารือร่วมกับอธิการบดี เพื่อกำหนดขอบเขต วิธีการ ระยะเวลา และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจัดทำแผนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเดือนธันวาคม
    (2) จัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยตามแผนการติดตามและประเมินผลใน (1) แล้วนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา ดังนี้
         (2.1) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยประจำปีงบประมาณ
                (วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไป) เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยภายในเดือนธันวาคม
         (2.2) กรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน อาจทำรายงาน
เป็นกรณีพิเศษ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยนอกเหนือจากที่กำหนดใน (2.1) ก็ได้
    (3) ให้ข้อเสนอแนะต่อสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลและขับเคลื่อนให้การปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    (4) ตรวจสอบความถูกต้องของผลสำเร็จในการดำเนินงานตามข้อตกลงการปฏิบัติงานของอธิการบดีที่อธิการบดีได้ทำข้อตกลงไว้กับสภามหาวิทยาลัยในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยใช้ประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี
    (5) ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการโดยตนเองเป็นประจำทุกปีงบประมาณ เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการในปีงบประมาณถัดไป
    (6) สามารถเรียกพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ
    (7) แต่งตั้งอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน หรือบุคคลใด ๆ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานของคณะกรรมการ
    (8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2566
ข้อ 5 องค์ประกอบ มีดังนี้
     (1) ประธานกรรมการ : กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
     (2) กรรมการ จำนวน 4 คน : ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก โดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นควรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญด้านการติดตามและประเมินผลอย่างน้อยหนึ่งคน ผู้ที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหนึ่งคน และผู้ที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการบริหารหรือระบบงานหนึ่งคน
     (3) เลขานุการ : เลขานุการสภามหาวิทยาลัย
     (4) ผู้ช่วยเลขานุการ : หัวหน้าสำนักงานสภามหาวิทยาลัย
     ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการ แล้วเสนอสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง

ข้อ 6 วาระการดำรงตำแหน่ง มีดังนี้
   ให้คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับจากวันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติแต่งตั้ง โดยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
   เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ 7 นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
   (1) ตาย
   (2) ลาออก
   (3) พ้นจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย
   (4) มีความประพฤติเสื่อมเสียอันกระทบต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง
   การเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งของกรรมการคนอื่น การพ้นจากตำแหน่งตาม (3) ไม่ใช้บังคับกับกรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ

กรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
   ให้แต่งตั้งผู้อื่นดำรงตำแหน่งแทน เว้นแต่วาระของประธานกรรมการหรือกรรมการเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนก็ได้ และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้แล้ว

กรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
   ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ หรือกรรมการตามความในวรรคหนึ่งแต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมด

กรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
   ให้กรรมการที่เหลือเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการเป็นการชั่วคราว